qwqzwr1412845175796

การบริหารเงินออม

มิถุนายน 1, 2016
|
0 Comments
|

การบริหารการเงินส่วนบุคคลเพื่อเป้าหมายในอนาคตด้วยหลักพื้นฐานง่ายๆ “หาเงินรายได้ ใช้จ่าย มีเหตุผล สะสมเป็นเงินออม” และเพื่อให้ไปสู่เป้าหมายระยะไกลอย่างมั่นคง ในระหว่างนั้นต้องรู้จักบริหารเงินออมที่มีอยู่ในเพิ่มปริมาณมากขึ้น ซึ่งหมายถึงการลงทุนซึ่งก่อนตัดสินใจลงทุนต้องมีการศึกษาอย่างรอบคอบ เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง

การลงทุนทางการเงิน (Financial investments) มีได้หลายรูปแบบ สำหรับผู้มีเงินออมและต้องการจะเพิ่มให้มีมากขึ้น จะแบ่งบางส่วนมาทำธุรกิจ สิ่งที่ได้รับกลับมาคือ กำไร หากเป็นการลงทุนหุ้น ผลตอบแทนคือ เงินปันผล ขึ้นอยู่กับว่าจะลงทุนระยะสั้นหรือระยะยาว หากเป็นการลงทุนระยะสั้น ผลตอบแทนอาจเป็นส่วนต่างของราคาหุ้น

วิธีเพิ่มเงินออม นักบริหารเงินส่วนบุคคลจะใส่ใจถึงวิธีทำให้มีเงินออมเพิ่มซึ่งสามารถทำได้โดย

ตั้งงบประมาณเพื่อควบคุมการใช้จ่าย จ่ายให้สมประโยชน์ที่สุด เพื่อให้มีเงินเหลือออมไปลงทุนต่อ
ลดรายจ่ายฟุ่มเฟือย หากอยากมีเงินออมมากขึ้น ต้อง list รายการค่าใช้จ่ายประจำเพื่อดูว่าอะไรสามารถตัดได้
สร้างรายได้พิเศษ ธุรกิจเสริม ใครจะไปรู้ว่า อาจมีการต่อยอดเป็นธุรกิจทำเงินให้มากกว่างานประจำก็เป็นได้ แล้วเก็บส่วนนี้ไว้ในส่วนของเงินออมเพื่อการลงทุน

          ในที่นี้จะไม่กล่าวถึงเงินออมระยะยาวที่ถูกหักเข้ากองทุนต่างๆ ตามกฎหมายเพราะเงินเหล่านั้นต้องเก็บเป็นเงินก้อนเอาไว้ ไม่สามารถนำมาใช้ตามอำเภอใจได้

เงินเพิ่มจากเงินออม

วิธีเพิ่มเงินออมมีหลายวิธี ทั้งการเพิ่มทีละน้อยอย่างปลอดภัย และการลงทุนที่มีความเสี่ยง

เงินออมที่เพิ่มอย่างปลอดภัย คือ เงินฝากธนาคารที่มีดอกเบี้ย การลงทุนซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่มีระยะเวลาการลงทุนแต่ผลตอบแทนแน่นอนไม่มีความเสี่ยง ซื้อเงินลงทุนประเภทต่างๆ ของธนาคาร ในส่วนนี้ความเสี่ยงอาจมีนิดหน่อย แต่ได้ผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก
การลงทุนเก็งกำไร ในส่วนของการลงทุนในหุ้น ซึ่งมีทั้งประเภทที่มีความเสี่ยงต่ำ คือลงทุนระยะยาวเพื่อหวังเงินปันผลในกิจการที่มีความมั่นคง หรือลงทุนระยะสั้นเพื่อเก็งกำไรในกิจการที่ราคาหุ้นมีการเคลื่อนไหวขึ้นลง แต่การลงทุนประเภทนี้ก็มีความเสี่ยงสูงพอๆ กับการหวังผลกำไรและจำเป็นต้องมีความรู้และเวลาในการติดตามราคาตลาด
ลงทุนในสินทรัพย์ เช่น ที่ดิน ที่อยู่อาศัย ซึ่งทรัพย์สินเหล่านี้มีโอกาสเพิ่มมูลค่าในอนาคต หรือแม้แต่ในปัจจุบันก็สามารถสร้างรายได้ หากเปิดให้เช่าทำการค้าหรืออยู่อาศัย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้ง แต่นับเป็นเงินลงทุนระยะยาวที่ดี มีทั้งมูลค่าเพิ่มของทรัพย์สินและผลตอบแทนระยะสั้นที่สูงกว่าการเก็บเงินในธนาคารแล้วรับดอกเบี้ยเงินฝากปกติ

          บริหารการเงินส่วนบุคคลด้วยการบริหารเงินออมเพื่อเพิ่มปริมาณเงินออมให้มากขึ้น เพื่อนำเงินออมนั้นมาต่อยอดให้เข้าใกล้เป้าหมายในชีวิตเร็วขึ้น

Read more
The big  Firework of United States dollars

สาเหตุและผลเสียของการไม่บริหารการเงินส่วนบุคคล

เมษายน 5, 2016
|
0 Comments
|

คงเคยได้ยินปัญหาระดับชาติอย่างหนึ่งของคนในสังคมคือ การชักหน้าไม่ถึงหลัก เป็นคำบอกถึงสภาวะเงินเดือนไม่พอใช้ สาเหตุที่ทำให้เกิดสภาวะเช่นนั้นได้ก็มาจากการไม่ได้บริหารการเงินส่วนบุคคลนั่นเอง มีรายได้จำนวนหนึ่งแต่ใช้จ่ายเกินรายได้ที่มี ก็ย่อมไม่พอเป็นธรรมดา หรือหากมีรายจ่ายที่ตายตัวอยู่แล้วว่า อย่างไรเสียรายได้ที่มีอยู่ก็ไม่มีวันพอ คนที่รู้จักบริหารการเงินส่วนบุคคลจะต้องมีแผนการหารายได้เพิ่มเติมมารองรับส่วนเกินเหล่านั้น แต่สำหรับคนที่รู้อยู่แล้วว่า รายจ่ายประจำมีมากกว่ารายได้ ยังไม่ขวนขวายหารายได้เสริมก็ต้องประสบกับภาวะเงินขาดเป็นธรรมดา

สาเหตุที่ทำให้ไม่มีการบริหารการเงินส่วนบุคคล

ประมาทในความเป็นหนุ่มเป็นสาว มองว่าตนเองมีความสามารถสูง เรื่องหารายได้มาเลี้ยงตนเองเป็นเรื่องเล็ก เมื่อไหร่ก็หาได้ คนกลุ่มนี้มักเป็นกลุ่มที่มีอาชีพที่สร้างรายได้สูงมาก และค่าใช้จ่ายสูงมากเช่นกัน
ทัศนคติ ความเชื่อในเรื่องการบริหารการเงินส่วนบุคคล เช่น การซื้อประกันความเสี่ยง ไม่ยอมทำเพราะรู้สึกเหมือนเป็นการแช่งตัวเอง
ติดกับการใช้เงินเกินตัว จนไม่สามารถบริหารการเงินส่วนบุคคลได้ คนกลุ่มนี้เป็นประเภทเสพติดการใช้จ่ายในปัจจุบันโดยไม่คิดถึงอนาคต ไม่เหลือเงินเก็บมักจะเดือดร้อนในเวลาเจ็บป่วย หรือเหตุที่ไม่คาดคิดมาก่อน

ผลเสียของการไม่บริหารการเงินส่วนบุคคล

          ผลเสียระยะใกล้

Read more
Personal-Finance

วิธีวางแผนบริหารการเงินส่วนบุคคลอย่างปลอดภัย

มีนาคม 31, 2016
|
0 Comments
|

          การบริหารการเงินส่วนบุคคลต้องมีการวางแผนเพื่อให้มีเส้นทางไปสู่เป้าหมายทางการเงินที่ต้องการอย่างชัดเจน แนวคิดในการวางแผนอาจมีด้วยกันหลายรูปแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเป้าหมายที่แตกต่างกันของแต่ละคน บริหารการเงินส่วนบุคคลอย่างไรถึงจะปลอดภัย เป็นคำถามหนึ่งที่น่าสนใจ โมเดลต่อไปนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเพื่อให้เห็นเค้าโครงการวางแผนเท่านั้น อาจปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ

วางแผนการใช้จ่าย จะให้มีความปลอดภัยเรื่องการเงินก็ต้องหมายถึง การมีเงินเหลือเก็บจากการใช้จ่ายนั่นเอง เป็นการจัดการรายจ่ายให้เหมาะกับเงินรายได้ที่ตัวเองมี ควรใช้จ่ายให้สมกับสถานะการเงินของตนเอง เพื่อให้มีเงินเหลือออม สิ่งนี้เป็นหลักการ ส่วนวิธีการต้องขึ้นอยู่กับวิจารณญาณส่วนบุคคล
ป้องกันความเสี่ยงด้วยการทำประกัน เพราะชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การประกันทางสังคมอาจช่วยเยียวยาได้ระดับหนึ่ง แต่หากเกิดเหตุเภทภัยที่ไม่คาดฝันขึ้น ทำให้การวางแผนการเงินผิดไปจากที่วางไว้ รายได้ที่เคยมีหายไป รายจ่ายยังคงเดิม เงินออมต้องถูกดึงออกมาใช้จ่ายกับเหตุจำเป็น การทำประกันเอาไว้บ้างก็เป็นการประกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้
วางแผนการนำเงินไปลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง จึงต้องคำนึงถึงอายุและความรับผิดชอบส่วนตัวด้วยว่า หากมีความเสี่ยงที่ไม่เป็นไปตามแผนเกิดขึ้น เราได้รับผลกระทบเพียงลำพังหรือมีคนอื่นมาพลอยได้รับผลกระทบตามเราไปด้วย จังหวะการลงทุนและความเสี่ยงจึงมักเป็นไปตามช่วงอายุของบุคคลซึ่งแบ่งตามระดับความสามารถในการเสี่ยง ดังนี้

3.1 วัยทำงานเริ่มแรก วัยนี้คือวัยของคนโสด ไฟแรง ชีวิตยังไม่ต้องรับผิดชอบมากนัก เพียงตัวคนเดียว หากมีความผิดพลาดอะไรบางอย่างเกิดขึ้นในชีวิตบ้าง ก็ยังเหลือเวลาที่จะพลิกฟื้นสภาวะให้กลับมาเหมือนเดิมได้ง่าย ชีวิตวัยนี้จึงยังสามารถรับสภาวะความเสี่ยงสูง การลงทุนในช่วงวัยนี้จึงน่าจะเป็นการออมหุ้น ความเสี่ยงสูงแต่ก็มีโอกาสกำไรงามหากจับได้ถูกทิศทาง

3.2 วัยสร้างครอบครัว วัยนี้เริ่มมีภาระต้องรับผิดชอบผู้อื่นนอกเหนือจากตัวเอง มีทั้งบุตร ภรรยา สามี ที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน การเงินจึงมีสภาพคล่องน้อยลง หากพลาดพลั้งไปมีคนร่วมรับผลกระทบด้านความเสี่ยง ดังนั้น จึงควรลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อยถึงปานกลาง เงินทุนธนาคารบางประเภทที่มีความเสี่ยงต่ำยังอยู่ในเกณฑ์น่าลงทุน หรือหากจะออมหุ้นหรือตราสารหนี้ก็ควรแบ่งเป็นครึ่งๆ ให้มีภาวะความเสี่ยงเพียง 50% ของเงินลงทุนก็พอ

3.2 วัยเกษียณ ในที่นี้ไม่ได้วัดกันที่อายุ แต่หมายเอาวัยที่หยุดทำงานประจำ ทั้งงานกินเงินเดือนหรือธุรกิจส่วนตัว นับวัยที่เดินทางมาถึงเวลาพักผ่อน ในวัยนี้มักมีเงินออมที่ต้องการความมั่นคง เพราะส่วนใหญ่รายได้ที่เคยมีจะลดลง ยกเว้นผู้ทำธุรกิจส่วนตัวที่ยังไม่ถ่ายโอนงานให้ลูกหลาน การลงทุนโดยรวมของคนวัยนี้ จึงควรลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำ

วางแผนการใช้ความมั่งคั่ง ชีวิตคนเรานอกเหนือจากความต้องการในเรื่องของปัจจัยสี่ ความปลอดภัยในชีวิต ชื่อเสียงเกียรติยศ การยอมรับแล้ว ก็เป็นเรื่องของความสุขนั่นแหละ การแสวงหาสิ่งที่สร้างความสุขมักมาภายหลังจากการทำงานหนักจนสู่ระดับมีเหลือกินเหลือใช้แล้ว เงินส่วนหนึ่งจึงถูกนำออกมาเพื่อทำในสิ่งที่ตัวเองพอใจและเชื่อว่าจะให้ความสุขตอบแทน ในเรื่องนี้แบ่งได้เป็น 3 ประเด็น

4.1 สร้างความสุขให้กับตัวเอง ความสุขของแต่ละคนก็ต่างความพึงพอใจ บางคนชอบเสียเงินเพื่อการเที่ยวทั้งภายในและต่างประเทศ บางคนมีความสุขกับการจ่ายเพื่อสินค้าแบรนด์เนม แต่การใช้เงินเพื่อซื้อความสุขเหล่านั้นก็ต้องอยู่ภายใต้การวางแผนการบริหารการเงินส่วนบุคคลเช่นกัน ต้องมีขอบเขตในการจ่ายเพื่อความสุข ถึงคนรวยจะทำอะไรไม่น่าเกลียดก็เถอะ

4.2 สร้างความสุขให้แก่สังคม โดยเฉพาะอัธยาศัยคนไทยในเรื่องนี้จะโดดเด่น ในยามที่ตนเองมีเพียงพอแล้ว มักมีจิตใจเอื้อเฟื้อต่อคนที่ลำบากมากกว่า การเป็นผู้ให้นับเป็นความสุขที่ ต้องทำด้วยตนเองจึงจะรับรู้ความรู้สึกนั้นได้ ตั้งแต่ช่วยคนตกทุกข์ได้ยาก ตลอดจนถึงการบริจาคเงินให้วัด โรงเรียน โรงพยาบาลเพื่อเป็นการสร้างบุญกุศล

4.3 นำกลับไปเป็นเงินออม เงินที่เหลือจากความมั่งคั่งถูกส่งกลับไปเป็นเงินออมอีกครั้ง

ใครที่สนใจการลงทุนในหุ้นสามารถที่จะศึกษาได้ในเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ตาม Link นี้เลย

http://www.set.or.th/education/th/education.html

Read more
savings, finances, economy and home concept - close up of man counting money at home

ขั้นตอนการบริหารการเงินส่วนบุคคล

มีนาคม 31, 2016
|
0 Comments
|

หลักการบริหารการเงินไม่ว่าจะเป็นส่วนบุคคลหรือการเงินขององค์กรก็ตามแต่ล้วนต้องมีขั้นตอนในการบริหารทั้งสิ้น โดยหลักการแล้ว งานบริหารโดยทั่วไปจะมีขั้นตอนหลักๆ ไม่แตกต่างกัน จะมีเฉพาะรายละเอียดเท่านั้นที่ไม่เหมือนซึ่งทำให้นักบริหารสามารถประยุกต์ใช้ได้เสมอ การบริหารการเงินส่วนบุคคลสามารถทำได้ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

กำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ทางการเงิน การทำงานอย่างมีเป้าหมายเสมือนมีหางเสือที่คัดท้ายให้เรือไปได้ถูกทิศทาง การวางแผนการเงินก็เช่นเดียวกัน เราต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่า เราต้องการอะไรจากการบริหารการเงินของเรา ซึ่งโดยทั่วไปแล้วบุคคลคนหนึ่งมีความต้องการทางการเงินไม่ต่างกันนัก กล่าวคือ เราต้องการวางแผนการเงินให้สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิต (Personal Goals in Life) ความแตกต่างจึงขึ้นอยู่กับว่า ใครมีเป้าหมายชีวิตอย่างไร แผนการเงินของแต่ละคนจึงแตกต่างกันในรายละเอียด
1.1 ต้องรู้เป้าหมายชีวิตที่มีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้อง (Financial Goals) ความต้องการในชีวิตของแต่ละคนต่างกัน บางคนฝันที่จะมีบ้านขนาดใหญ่ แต่บางคนชอบคอนโดมิเนียมหรูๆ รถยนต์ต่างยี่ห้อ หลักทรัพย์ เงินฝากธนาคาร
1.2 เป้าหมายชีวิตที่ไม่เกี่ยวกับเงิน (Nonfinancial Goals) เป็นเรื่องของทัศนคติ การดำเนินชีวิตความสุขทางด้านจิตใจ ซึ่งเป็นเป้าหมายชีวิต แต่บางครั้งความสุขทางใจก็จำเป็นต้องอาศัยเงินเป็นใบเบิกทางก็มี

จากเป้าหมายชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการเงินทำให้เรารู้ว่า ความจำเป็นที่ต้องใช้เงินของเรามีมากน้อยเพียงใด
          2. รวบรวมข้อมูลทางการเงิน เมื่อรู้ความต้องการ คาดคะเนงบประมาณที่ต้องใช้ทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้แล้ว ต่อไปต้องวิเคราะห์ถึงแหล่งที่มาของรายได้ว่า เราสามารถมีเงินจากทางไหนได้บ้าง งานประจำ งานเสริม หรือหารายได้พิเศษอย่างอื่น หรือกรณีลงทุนเพื่อให้มีสินทรัพย์เพิ่มขึ้น เป็นต้น แต่เม็ดเงินในข้อนี้ จำเป็นต้องหักเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในชีวิตด้วย
          3. วิเคราะห์และประเมินสถานะทางการเงิน จากข้อ 2 ทำให้เราสามารถรู้ได้ว่า ฐานะทางการเงินของเราเป็นเช่นไร เราจะมีเงินที่จะนำไปบันดาลให้เกิดสิ่งที่ต้องการตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในข้อ 1 ได้หรือไม่ หากไม่ได้ก็ต้องหาทางแก้ไข

          4. จัดทำแผนทางการเงิน หลังจากวิเคราะห์และประเมินสถานะทางการเงินแล้วอาจพบเงื่อนไขและข้อจำกัดต่างๆ ที่เป็นเหตุให้เราไม่สามารถบริหารจัดการการเงินที่มีในมือให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามข้อ 1 ได้ จึงต้องถึงหนทางแก้ไข

การแก้ไขสามารถทำได้ 2 หนทาง คือ 1. หารายได้เพิ่ม 2. ลดรายจ่าย สองประการนี้เป็นวิถีทางพื้นฐานในการแก้ไขสถานการณ์การเงินของคนเรา แตกต่างที่รายละเอียดคือ การคิดหาวิธีการที่จะทำให้เกิดทั้งสองสิ่งขึ้น หรือเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ขึ้นอยู่กับภาวะของแต่ละบุคคล

การลดรายจ่าย ต้องลงรายละเอียดว่า การใช้เงินในปัจจุบันของเราเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเหมาะสมกับเงินที่หามาได้แล้วหรือยัง ยังมีการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยโดยไม่จำเป็น ใช้จ่ายเกินฐานะอยู่หรือไม่

การเพิ่มรายได้ มีหลายหนทางขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถในการจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอาชีพเสริม การลงทุนในหลักทรัพย์ พันธบัตรรัฐบาล ฯลฯ การเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงิน เช่น การให้เช่า เป็นต้น

แผนที่วางไว้ ต้องกำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติ การคาดคะเนถึงผลสำเร็จตามช่วงเวลาด้วย
          5. นำแผนทางการเงินที่จัดทำแล้วไปปฏิบัติ เมื่อวางแผนแล้วว่า ต้องการแก้ไขปัญหาเรื่องการเงินโดยวิธีใดจึงจะทำให้เป้าหมายสำเร็จ ก็ถึงขั้นตอนลงมือทำตามแผนนั้นๆ
          6. ติดตามและประเมินผล

Read more