The big  Firework of United States dollars

สาเหตุและผลเสียของการไม่บริหารการเงินส่วนบุคคล

เมษายน 5, 2016
|
0 Comments
|

คงเคยได้ยินปัญหาระดับชาติอย่างหนึ่งของคนในสังคมคือ การชักหน้าไม่ถึงหลัก เป็นคำบอกถึงสภาวะเงินเดือนไม่พอใช้ สาเหตุที่ทำให้เกิดสภาวะเช่นนั้นได้ก็มาจากการไม่ได้บริหารการเงินส่วนบุคคลนั่นเอง มีรายได้จำนวนหนึ่งแต่ใช้จ่ายเกินรายได้ที่มี ก็ย่อมไม่พอเป็นธรรมดา หรือหากมีรายจ่ายที่ตายตัวอยู่แล้วว่า อย่างไรเสียรายได้ที่มีอยู่ก็ไม่มีวันพอ คนที่รู้จักบริหารการเงินส่วนบุคคลจะต้องมีแผนการหารายได้เพิ่มเติมมารองรับส่วนเกินเหล่านั้น แต่สำหรับคนที่รู้อยู่แล้วว่า รายจ่ายประจำมีมากกว่ารายได้ ยังไม่ขวนขวายหารายได้เสริมก็ต้องประสบกับภาวะเงินขาดเป็นธรรมดา

สาเหตุที่ทำให้ไม่มีการบริหารการเงินส่วนบุคคล

ประมาทในความเป็นหนุ่มเป็นสาว มองว่าตนเองมีความสามารถสูง เรื่องหารายได้มาเลี้ยงตนเองเป็นเรื่องเล็ก เมื่อไหร่ก็หาได้ คนกลุ่มนี้มักเป็นกลุ่มที่มีอาชีพที่สร้างรายได้สูงมาก และค่าใช้จ่ายสูงมากเช่นกัน
ทัศนคติ ความเชื่อในเรื่องการบริหารการเงินส่วนบุคคล เช่น การซื้อประกันความเสี่ยง ไม่ยอมทำเพราะรู้สึกเหมือนเป็นการแช่งตัวเอง
ติดกับการใช้เงินเกินตัว จนไม่สามารถบริหารการเงินส่วนบุคคลได้ คนกลุ่มนี้เป็นประเภทเสพติดการใช้จ่ายในปัจจุบันโดยไม่คิดถึงอนาคต ไม่เหลือเงินเก็บมักจะเดือดร้อนในเวลาเจ็บป่วย หรือเหตุที่ไม่คาดคิดมาก่อน

ผลเสียของการไม่บริหารการเงินส่วนบุคคล

          ผลเสียระยะใกล้

Read more
Personal-Finance

วิธีวางแผนบริหารการเงินส่วนบุคคลอย่างปลอดภัย

มีนาคม 31, 2016
|
0 Comments
|

          การบริหารการเงินส่วนบุคคลต้องมีการวางแผนเพื่อให้มีเส้นทางไปสู่เป้าหมายทางการเงินที่ต้องการอย่างชัดเจน แนวคิดในการวางแผนอาจมีด้วยกันหลายรูปแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเป้าหมายที่แตกต่างกันของแต่ละคน บริหารการเงินส่วนบุคคลอย่างไรถึงจะปลอดภัย เป็นคำถามหนึ่งที่น่าสนใจ โมเดลต่อไปนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเพื่อให้เห็นเค้าโครงการวางแผนเท่านั้น อาจปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ

วางแผนการใช้จ่าย จะให้มีความปลอดภัยเรื่องการเงินก็ต้องหมายถึง การมีเงินเหลือเก็บจากการใช้จ่ายนั่นเอง เป็นการจัดการรายจ่ายให้เหมาะกับเงินรายได้ที่ตัวเองมี ควรใช้จ่ายให้สมกับสถานะการเงินของตนเอง เพื่อให้มีเงินเหลือออม สิ่งนี้เป็นหลักการ ส่วนวิธีการต้องขึ้นอยู่กับวิจารณญาณส่วนบุคคล
ป้องกันความเสี่ยงด้วยการทำประกัน เพราะชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การประกันทางสังคมอาจช่วยเยียวยาได้ระดับหนึ่ง แต่หากเกิดเหตุเภทภัยที่ไม่คาดฝันขึ้น ทำให้การวางแผนการเงินผิดไปจากที่วางไว้ รายได้ที่เคยมีหายไป รายจ่ายยังคงเดิม เงินออมต้องถูกดึงออกมาใช้จ่ายกับเหตุจำเป็น การทำประกันเอาไว้บ้างก็เป็นการประกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้
วางแผนการนำเงินไปลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง จึงต้องคำนึงถึงอายุและความรับผิดชอบส่วนตัวด้วยว่า หากมีความเสี่ยงที่ไม่เป็นไปตามแผนเกิดขึ้น เราได้รับผลกระทบเพียงลำพังหรือมีคนอื่นมาพลอยได้รับผลกระทบตามเราไปด้วย จังหวะการลงทุนและความเสี่ยงจึงมักเป็นไปตามช่วงอายุของบุคคลซึ่งแบ่งตามระดับความสามารถในการเสี่ยง ดังนี้

3.1 วัยทำงานเริ่มแรก วัยนี้คือวัยของคนโสด ไฟแรง ชีวิตยังไม่ต้องรับผิดชอบมากนัก เพียงตัวคนเดียว หากมีความผิดพลาดอะไรบางอย่างเกิดขึ้นในชีวิตบ้าง ก็ยังเหลือเวลาที่จะพลิกฟื้นสภาวะให้กลับมาเหมือนเดิมได้ง่าย ชีวิตวัยนี้จึงยังสามารถรับสภาวะความเสี่ยงสูง การลงทุนในช่วงวัยนี้จึงน่าจะเป็นการออมหุ้น ความเสี่ยงสูงแต่ก็มีโอกาสกำไรงามหากจับได้ถูกทิศทาง

3.2 วัยสร้างครอบครัว วัยนี้เริ่มมีภาระต้องรับผิดชอบผู้อื่นนอกเหนือจากตัวเอง มีทั้งบุตร ภรรยา สามี ที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน การเงินจึงมีสภาพคล่องน้อยลง หากพลาดพลั้งไปมีคนร่วมรับผลกระทบด้านความเสี่ยง ดังนั้น จึงควรลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อยถึงปานกลาง เงินทุนธนาคารบางประเภทที่มีความเสี่ยงต่ำยังอยู่ในเกณฑ์น่าลงทุน หรือหากจะออมหุ้นหรือตราสารหนี้ก็ควรแบ่งเป็นครึ่งๆ ให้มีภาวะความเสี่ยงเพียง 50% ของเงินลงทุนก็พอ

3.2 วัยเกษียณ ในที่นี้ไม่ได้วัดกันที่อายุ แต่หมายเอาวัยที่หยุดทำงานประจำ ทั้งงานกินเงินเดือนหรือธุรกิจส่วนตัว นับวัยที่เดินทางมาถึงเวลาพักผ่อน ในวัยนี้มักมีเงินออมที่ต้องการความมั่นคง เพราะส่วนใหญ่รายได้ที่เคยมีจะลดลง ยกเว้นผู้ทำธุรกิจส่วนตัวที่ยังไม่ถ่ายโอนงานให้ลูกหลาน การลงทุนโดยรวมของคนวัยนี้ จึงควรลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำ

วางแผนการใช้ความมั่งคั่ง ชีวิตคนเรานอกเหนือจากความต้องการในเรื่องของปัจจัยสี่ ความปลอดภัยในชีวิต ชื่อเสียงเกียรติยศ การยอมรับแล้ว ก็เป็นเรื่องของความสุขนั่นแหละ การแสวงหาสิ่งที่สร้างความสุขมักมาภายหลังจากการทำงานหนักจนสู่ระดับมีเหลือกินเหลือใช้แล้ว เงินส่วนหนึ่งจึงถูกนำออกมาเพื่อทำในสิ่งที่ตัวเองพอใจและเชื่อว่าจะให้ความสุขตอบแทน ในเรื่องนี้แบ่งได้เป็น 3 ประเด็น

4.1 สร้างความสุขให้กับตัวเอง ความสุขของแต่ละคนก็ต่างความพึงพอใจ บางคนชอบเสียเงินเพื่อการเที่ยวทั้งภายในและต่างประเทศ บางคนมีความสุขกับการจ่ายเพื่อสินค้าแบรนด์เนม แต่การใช้เงินเพื่อซื้อความสุขเหล่านั้นก็ต้องอยู่ภายใต้การวางแผนการบริหารการเงินส่วนบุคคลเช่นกัน ต้องมีขอบเขตในการจ่ายเพื่อความสุข ถึงคนรวยจะทำอะไรไม่น่าเกลียดก็เถอะ

4.2 สร้างความสุขให้แก่สังคม โดยเฉพาะอัธยาศัยคนไทยในเรื่องนี้จะโดดเด่น ในยามที่ตนเองมีเพียงพอแล้ว มักมีจิตใจเอื้อเฟื้อต่อคนที่ลำบากมากกว่า การเป็นผู้ให้นับเป็นความสุขที่ ต้องทำด้วยตนเองจึงจะรับรู้ความรู้สึกนั้นได้ ตั้งแต่ช่วยคนตกทุกข์ได้ยาก ตลอดจนถึงการบริจาคเงินให้วัด โรงเรียน โรงพยาบาลเพื่อเป็นการสร้างบุญกุศล

4.3 นำกลับไปเป็นเงินออม เงินที่เหลือจากความมั่งคั่งถูกส่งกลับไปเป็นเงินออมอีกครั้ง

ใครที่สนใจการลงทุนในหุ้นสามารถที่จะศึกษาได้ในเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ตาม Link นี้เลย

http://www.set.or.th/education/th/education.html

Read more
savings, finances, economy and home concept - close up of man counting money at home

ขั้นตอนการบริหารการเงินส่วนบุคคล

มีนาคม 31, 2016
|
0 Comments
|

หลักการบริหารการเงินไม่ว่าจะเป็นส่วนบุคคลหรือการเงินขององค์กรก็ตามแต่ล้วนต้องมีขั้นตอนในการบริหารทั้งสิ้น โดยหลักการแล้ว งานบริหารโดยทั่วไปจะมีขั้นตอนหลักๆ ไม่แตกต่างกัน จะมีเฉพาะรายละเอียดเท่านั้นที่ไม่เหมือนซึ่งทำให้นักบริหารสามารถประยุกต์ใช้ได้เสมอ การบริหารการเงินส่วนบุคคลสามารถทำได้ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

กำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ทางการเงิน การทำงานอย่างมีเป้าหมายเสมือนมีหางเสือที่คัดท้ายให้เรือไปได้ถูกทิศทาง การวางแผนการเงินก็เช่นเดียวกัน เราต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่า เราต้องการอะไรจากการบริหารการเงินของเรา ซึ่งโดยทั่วไปแล้วบุคคลคนหนึ่งมีความต้องการทางการเงินไม่ต่างกันนัก กล่าวคือ เราต้องการวางแผนการเงินให้สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิต (Personal Goals in Life) ความแตกต่างจึงขึ้นอยู่กับว่า ใครมีเป้าหมายชีวิตอย่างไร แผนการเงินของแต่ละคนจึงแตกต่างกันในรายละเอียด
1.1 ต้องรู้เป้าหมายชีวิตที่มีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้อง (Financial Goals) ความต้องการในชีวิตของแต่ละคนต่างกัน บางคนฝันที่จะมีบ้านขนาดใหญ่ แต่บางคนชอบคอนโดมิเนียมหรูๆ รถยนต์ต่างยี่ห้อ หลักทรัพย์ เงินฝากธนาคาร
1.2 เป้าหมายชีวิตที่ไม่เกี่ยวกับเงิน (Nonfinancial Goals) เป็นเรื่องของทัศนคติ การดำเนินชีวิตความสุขทางด้านจิตใจ ซึ่งเป็นเป้าหมายชีวิต แต่บางครั้งความสุขทางใจก็จำเป็นต้องอาศัยเงินเป็นใบเบิกทางก็มี

จากเป้าหมายชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการเงินทำให้เรารู้ว่า ความจำเป็นที่ต้องใช้เงินของเรามีมากน้อยเพียงใด
          2. รวบรวมข้อมูลทางการเงิน เมื่อรู้ความต้องการ คาดคะเนงบประมาณที่ต้องใช้ทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้แล้ว ต่อไปต้องวิเคราะห์ถึงแหล่งที่มาของรายได้ว่า เราสามารถมีเงินจากทางไหนได้บ้าง งานประจำ งานเสริม หรือหารายได้พิเศษอย่างอื่น หรือกรณีลงทุนเพื่อให้มีสินทรัพย์เพิ่มขึ้น เป็นต้น แต่เม็ดเงินในข้อนี้ จำเป็นต้องหักเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในชีวิตด้วย
          3. วิเคราะห์และประเมินสถานะทางการเงิน จากข้อ 2 ทำให้เราสามารถรู้ได้ว่า ฐานะทางการเงินของเราเป็นเช่นไร เราจะมีเงินที่จะนำไปบันดาลให้เกิดสิ่งที่ต้องการตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในข้อ 1 ได้หรือไม่ หากไม่ได้ก็ต้องหาทางแก้ไข

          4. จัดทำแผนทางการเงิน หลังจากวิเคราะห์และประเมินสถานะทางการเงินแล้วอาจพบเงื่อนไขและข้อจำกัดต่างๆ ที่เป็นเหตุให้เราไม่สามารถบริหารจัดการการเงินที่มีในมือให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามข้อ 1 ได้ จึงต้องถึงหนทางแก้ไข

การแก้ไขสามารถทำได้ 2 หนทาง คือ 1. หารายได้เพิ่ม 2. ลดรายจ่าย สองประการนี้เป็นวิถีทางพื้นฐานในการแก้ไขสถานการณ์การเงินของคนเรา แตกต่างที่รายละเอียดคือ การคิดหาวิธีการที่จะทำให้เกิดทั้งสองสิ่งขึ้น หรือเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ขึ้นอยู่กับภาวะของแต่ละบุคคล

การลดรายจ่าย ต้องลงรายละเอียดว่า การใช้เงินในปัจจุบันของเราเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเหมาะสมกับเงินที่หามาได้แล้วหรือยัง ยังมีการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยโดยไม่จำเป็น ใช้จ่ายเกินฐานะอยู่หรือไม่

การเพิ่มรายได้ มีหลายหนทางขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถในการจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอาชีพเสริม การลงทุนในหลักทรัพย์ พันธบัตรรัฐบาล ฯลฯ การเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงิน เช่น การให้เช่า เป็นต้น

แผนที่วางไว้ ต้องกำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติ การคาดคะเนถึงผลสำเร็จตามช่วงเวลาด้วย
          5. นำแผนทางการเงินที่จัดทำแล้วไปปฏิบัติ เมื่อวางแผนแล้วว่า ต้องการแก้ไขปัญหาเรื่องการเงินโดยวิธีใดจึงจะทำให้เป้าหมายสำเร็จ ก็ถึงขั้นตอนลงมือทำตามแผนนั้นๆ
          6. ติดตามและประเมินผล

Read more
20-เรื่องที่-ลูก-ต้องรู้เพื่อการใช้เงินอย่างถูกต้อง

ทำไมต้องบริหารการเงินส่วนบุคคล

มีนาคม 31, 2016
|
0 Comments
|

ต้นทุนชีวิตของคนเราแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนเกิดมาร่ำรวยเพราะพ่อแม่ทำมาดี บางคนเกิดมาในครอบครัวที่แม้แต่กินยังไม่ครบมื้อ แต่นั่นเป็นเพียงต้นทุนเดิม ชีวิตต่อจากนั้นยังมีอะไรที่มากกว่า แม้เกิดมาบนกองเงินกองทองก็ยังไม่มีใครกล้ายืนยันว่า ตลอดชีวิตนี้จะมีเงินทองใช้ตลอด อีกทั้งชีวิตของคนเราก็ช่างไม่แน่นอน ไม่ใช่เฉพาะชีวิตที่ไม่แน่นอน โลก สังคม เศรษฐกิจ ล้วนผันผวน ทุกอย่างมีขึ้นมีลง อะไรที่สามารถป้องกันความไม่แน่นอนไว้ก่อนต้องทำ ไม่มีใครเถียงว่า ความเป็นอยู่ทั้งชีวิตทุกวันนี้ ต้องใช้เงิน! การมีชีวิตอยู่จึงต้องมีเงินที่จะรับประกันได้ว่า เราจะมีต้นทุนสำหรับเลี้ยงชีวิตได้ไปจนจากโลกนี้ไป

มีเงินสิดี

ถ้าตามภาษิตจีน ก็ว่า “มีเงินใช้ผีโม่แป้งได้” ถ้าค่านิยมคนไทย เงินซื้อได้ทุกอย่าง มีเงินเขานับว่าน้อง มีทองเขานับว่าพี่ อย่าบอกเลยว่าไม่อยากรวย ตราบใดที่สิ่งแลกเปลี่ยนทั้งสินค้า ปัจจัยสี่ยังต้องเป็นเงิน ตราบนั้นเงินก็ยังจำเป็นอยู่ดี

แล้วจะทำอย่างไร เงินที่มีอยู่ทุกวันนี้ จึงจะมีเพียงพอที่จะเสริมคุณภาพชีวิต รองรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ในอนาคตโดยไม่เดือดร้อน นั่นแหละเป็นที่มาของเหตุผลที่ว่า ทำไมต้องมีการวางแผน การจัดการการเงินที่ดี ที่เรียกว่า การบริหารการเงินส่วนบุคคล

โดยหลักการแล้ว การบริหารการเงินส่วนบุคคล (Personal Finance) เป็นการจัดระเบียบการเงินของบุคคล อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการหาเงินเข้ามาและใช้จ่ายออกไปอย่างเหมาะสมเพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้

การบริหารการเงินส่วนบุคคลจึงไม่ใช่เพียงการหาเงินให้ได้เยอะๆ อย่างเดียว เพราะบางคนหาเงินได้เยอะแต่ใช้หมด แต่บางคนหาได้น้อยกว่าหากรู้จักใช้รู้จักเก็บก็มีความปลอดภัยในการเงินมากกว่าคนที่หาได้เยอะ ทางที่ถูกต้องคือ “ต้องหาให้เก่ง ใช้ให้เป็น เก็บให้อยู่”

บริหารการเงินส่วนบุคคลไปทำไม       
1. เพื่อชีวิตที่มีคุณภาพ เนื่องจากความเป็นอยู่มาตรฐานทั่วไปของคนเรา ต้องกินต้องใช้ในแต่ละวัน ปัจจัยสี่ที่จำเป็นต่อชีวิต ยังไงก็เป็นพื้นฐานว่าต้องมี เพราะเราต้องอาศัยสิ่งนั้นเพื่อการมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขตามอัตภาพ มีอาหาร ที่อยู่ เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค หากเราไม่รู้จักบริหารเงินที่หามาได้ ใช้จ่ายแบบไม่สมควร ไม่รู้จักจัดสรรเงินที่หามาได้ จ่ายไปตามลำดับความสำคัญ แน่นอนว่า เพียงชีวิตที่มีคุณภาพตามอัตภาพก็จะขาดไป เงินที่หามาได้ไม่พอใช้จ่ายในแต่ละเดือน  อาจเป็นเหตุให้ต้องกู้หนี้ยืมสิน ซึ่งมีดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย ชีวิตแบบนี้ยิ่งย่ำแย่ไปทุกที ต่างจากคนที่รู้จักบริหารการเงินส่วนบุคคล จัดสรรการใช้จ่ายให้เหมาะกับรายได้ที่สามารถหามาได้ ไม่เป็นหนี้ พอใช้จ่ายในแต่ละเดือน เหลือเก็บยามฉุกเฉิน อย่างน้อยชีวิตก็มีคุณภาพระดับหนึ่ง แม้ยังไม่ใช่คุณภาพสูง
2. การบริหารการเงินเพื่อสร้างความมั่งคั่ง ชีวิตคนเราไม่ได้ต้องการเพียงความเป็นอยู่ที่มีคุณภาพเท่านั้น เรายังต้องการความมั่งคั่งเพื่อชีวิตที่ดีกว่ามาตรฐาน ชีวิตต้องการความสบาย การพักผ่อนอย่างมีอิสระ หากเราไม่มีอิสระทางการเงินเสียแล้ว การจะทำเช่นนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ หากบริหารเงินส่วนบุคคลจึงเป็นไปเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีกว่าคุณภาพพื้นฐาน

การบริหารความมั่นคง ความมั่งคั่งที่ต้องการต้องไม่ใช่ของชั่วคราว แต่ชีวิตที่จะมีอิสระทางการเงินได้อย่างแท้จริง ต้องเป็นความมั่งคั่งที่มั่นคง ในระดับหวังผลในอนาคตได้ ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการบริหารการเงินส่วนบุคคลอย่างเป็นขั้นตอน ในขั้นตอนนี้ ต้องมีการลงทุนระยะยาวด้วยการซื้ออสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น
บริหารการเงินเพื่อป้องกันผลกระทบจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน (Security)สิ่งแวดล้อมตัวเราไม่มีอะไรที่คงที่ถาวร ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การเมือง ระดับประเทศ ระดับโลก  หรือแม้กระทั่งวิกฤติการเงินก็อาจเกิดขึ้นได้ การรู้จักบริหารการเงินส่วนบุคคลให้พร้อมที่จะรับมือสิ่งที่ไม่คาดฝันเหล่านี้อย่างดี จะทำให้เราผ่านวิกฤติทั้งหลายไปได้โดยไม่เดือดร้อน
เพราะชีวิตไม่ได้มีวันนี้วันเดียว อนาคตอีกยาวไกล คุณภาพชีวิตที่ดีกว่า สิ่งรอบตัวที่บังคับไม่ได้ ทั้งหมดเป็นคำตอบว่า  ทำไมเราต้องบริหารการเงินส่วนบุคคล

&nbsp […]

Read more